ย้อนอดีตที่ไม่ธรรมดาของนิวคาสเซิล เก่งถึงขั้นได้ลุ้นแชมป์!

28/08/2019 ssballdev

ต้องถือว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากสำหรับ สตีฟ บรูซ ที่สามารถนำ นิวคาสเซิ่ล มาเอาชนะ สเปอร์ส เจ้าถิ่น ไปได้ 1-0 ทำให้ควานหาชัยชนะได้แล้ว หลังจากที่ผลงาน 2 นัด แพ้รวด และเสียไปถึง 4 ประตู ยิงได้แต่ลูกเดียวเท่านั้น จนสื่อทุกสำนักยกให้เป็นกุนซือเต็ง 1 ร่วมกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่จะเด้งออกจากงาน

ไม่น่าเชื่อว่าทีมที่ครั้งหนึ่งเคยลุ้นแชมป์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้้อย่างสนุกสนานเมื่อปี 1995-1996 จะตกต่ำถึงขนาดเคยตกชั้นมาแล้ว และตอนนี้ นิวคาสเซิ่ล ได้กลายเป็นทีมขนาดกลางเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว และยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องมาหนีตกชั้นในทุกๆปีอีก

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 1995-1996 จากการคุมทีมของ เควิน คีแกน ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์ทำทีมแบบ เดินหน้า ฆ่ามัน สถิติยิงประตูเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีกับทุกทีมที่ คีแกน ไปคุม ส่วนมากจะมีเกมส์รุกที่เร้าใจ แต่เกมส์รับก็ยังเป็นจุดอ่อนของ คีแกน อยู่ดี

เมื่อขึ้นชั้นมาจากปี 1993-1994 นิวคาสเซิ่ลกลับจบได้ถึงอันดับ 3 สามารถยิงประตูได้ถึง 82 ลูก ซึ่งประตูที่ยิงได้ส่วนหนึ่งก็มาจาก แอนดี้ โคล แต่พอถึงปี 1995-1996 เค้ากลับย้ายไปร่วมทีม ทำให้ นิวคาสเซิ่ล ต้องพยายามหากองหน้ามาทดแทน จนสุดท้ายมาได้ เลส เฟอร์ดินานด์ จาก QPR  หลังจากที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดเก่า ยิงให้กับ QPR ไปถึง 24 ประตูในฤดูกาลที่แล้ว

นอกจากนี้ยังเสริมทัพ ชิโนล่า จาก PSG,คีธ กิลเลสพี,เดวิค แบ๊ตตี้ รวมถึงขุมกำลังทีเด็ดอย่าง ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ ทำให้ฤดูกาล 1995-1996 นิวคาสเซิ่ล สามารถลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว

หนึ่งในเกมส์ที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนั้นคือ นัดที่พบกับ วิมเบิลดัน โดยเกมส์นั้นขยายนิยามของบอลสไตล์ คีแกน ได้เป็นอย่างดี เป็นการโหมเกมส์บุกแบบเต็มตัว แฟนๆใน เซนต์ เจมส์ พาร์ค ได้ร่วมยินดีไปกับ เฟอร์ดินาน ที่สามารถทำแฮตทริกได้ในนัดนั้น

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจดจำคือ การที่ วินนี่ โจนส์ ต้องมาสวมบทบาท ผู้รักษาประตู เมื่อ พอล เฮลด์ ผู้รักษาประตูของ วิมเบิลดัน มาโดนไล่ออก และด้วยสถานการณ์ที่บีบให้ โจ คินเนียร์ ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้ายจากอาการบาดเจ็บ ที่สำคัญในซุ้มม้านั่งสำรองกลับไม่มีรายชื่อของประตูสำรองเลย เพราะความฟิตไม่ถึง ทำให้ โจนส์ ต้องสวมบทบาทหน้าที่นี้อย่างเสียไม่ได้ สุดท้ายก็โดน นิวคาสเซิ่ล ถล่มไปเละเทะ 6-1

พอถึงช่วงเดือนมกราคม 1996 นิวคาสเซิ่ลเป็นจ่าฝูงของลีกอย่างเหนียวแน่น โดยมีผู้ตามหลังมาคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล ตามมาห่างๆ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่ง นิวคาสเซิ่ล สามารถฉีกหนีไปได้ถึง 12 แต้ม แต่แล้วช่วงเดือนมีนาคม เมื่อ นิวคาสเซิ่ล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องโคจรมาเจอกัน ระยะห่างของแต้มในตอนนั้นเหลือเพียง 4 แต้มเท่านั้น

 

แต่นักเตะทุกคนของ นิวคาสเซิ่ล ยังมั่นใจว่ายังไงแชมป์ต้องเป็นทีมเค้าอย่างแน่นอน แต่ผลการแข่งขันในวันนั้นกลับเป็น เอริก คันโตน่า ยิงประตูชัยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉือนชนะได้ถึงถิ่น 1-0

อีกหนึ่งเกมส์ที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์และความมันส์ระดับ 10 ดาวคือ เกมส์ที่พบกับ ลิเวอร์พูล โดยแต้มในตอนนั้น นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ แต่พวกเค้ายังมีโปรแกรมในมือที่แข่งน้อยกว่าถึง 2 นัด ถ้าสามารถเก็บชัยได้ทั้งหมดจะทำให้แต้มเท่ากันทันที

เริ่มเกมส์มาเป็นฝั่ง หงส์แดง ได้ประตูนำไปก่อนจาก ฟาวเลอร์ แต่ นิวคาสเซิ่ล ก็มายิงเสมอและแซงไป 2-1 จาก เฟอร์ดินานด์ และ ชิโนล่า ตามลำดับ เข้าสู่ครึ่งหลังได้ไม่นาน ฟาวเลอร์ ก็มายิงประตูตีเสมอให้ ลิเวอร์พูล เป็น 2-2 แต่ นิวคาสเซิ่ล ก็มายิงนำอีกครั้งจาก กองหน้านำเข้าจาก โคลัมเบีย ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า หงส์แดง ก็สู้ไม่ถอย มาตีเสมอได้จาก คอลลีมอร์ เป็น 3-3 จนท้ายเกมส์จะจบลงด้วยผลเสมออยู่แล้ว แต่เป็น คอลลีมอร์ มายิงให้ ลิเวอร์พูล แซงชนะไปอย่างสุดมันส์ 4-3

พอมาถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล นิวคาสเซิ่ล ต้องมาพบกับโปรแกรมหายนะในช่วง 6 วัน ต้องลงเล่นถึง 3 นัดด้วยกัน โดยเริ่มจากเจอ ลีดส์ ที่ เอลแลนด์ โรด ในวันจันทร์ ต่อด้วยเจอกับ ฟอเรสต์ ในวันพฤหัส และปิดท้ายกับ สเปอร์ส ในวันอาทิตย์ โดยระหว่างอาทิตย์นั้นเกิดเหตุการณ์ตบะแตกให้สัมภาษณ์นักข่าวในนัดสุดท้ายว่า “ผมคงมีความสุขที่สุด ถ้าพวกเราเอาชนะพวกเขา(แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)ได้ มันคงสะใจที่สุด” เนื่องด้วย เฟอร์กูสัน ชอบพูดเหน็บแนมว่าทุกทีมเวลาเจอกับ นิวคาสเซิ่ล คงเล่นไม่เต็มที่เหมือนเวลาเจอกับทีมเค้า ถึงขนาดเปรียบเปรยแมตช์ที่ นิวคาสเซิ่ล จะยกพลไปเยือน ฟอเรสต์ ว่า เป็นนัดเทสติโมเนียลแมตซ์ ของ สจ๊วต เพียซร์ แต่สุดท้ายลูกทีมของ คีแกน ก็ไปพลาดเสมอทั้ง 2 นัดสุดท้าย จบฤดูกาลปีนั้น แชมป์เลยตกอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีแต้มทิ้งห่างอยู่ 4 คะแนน

 

Tags : ,
Leave Comment
เว็บไซต์ฟุตบอลออนไลน์