ทำไมผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีค ที่มีความทะเยอทะยานถึงไม่อยากใช้แผนจอดรถบัส

05/09/2018 ssballdev

ทำไมผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีค ที่มีความทะเยอทะยานถึงไม่อยากใช้แผนจอดรถบัส

พรีเมียร์ลีคตอนนี้ ถือเป็นลีคที่มีความหลากหลายในการใช้แท็คติคสูงที่สุดลีคนึงของโลก โดยเฉพาะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรามาดูสองทีมที่ใช้แท็คติคที่ต่างกัน เมื่อต้องเล่นกับทีมเต็งแชมป์

โปรแกรมเมื่อวันเสาร์ วูลฟ์แฮมปตันแวนเดอเรอซ์ เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี้ ผลเสมอที่มาพร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ในขณะที่วันต่อมา นิวคาซเซิลที่ใช้แผนจอดรสบัสแต่กลับแพ้ต่อเชลซี

วูลฟ์เล่นฟุตบอลสไตล์เปิดหน้าแลกและสร้างปัญหาใหญ่ให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ในขณะที่นิวคาซเซิลที่มีโชค วิลลี โบลี่สามารถเปิดสกอร์ได้ก่อนด้วยมือของเขาที่กรรมการไม่เห็น แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างตลอดเมื่อเชลซีมาได้จุดโทษและการทำเข้าประตูตัวเองของกองหลัง บางทีโชคอาจจะเข้าข้างผู้ที่กล้าเล่นมากกว่าผู้ที่ตั้งรับเพียงอย่างเดียว

แต่อย่างไรก็ตามแผนการเล่นทั้งสองแบบก็ทำงานได้ดี วูลฟ์สามารถสร้างปัญหาด้วยการเล่นเกมสวนกลับและสร้างสันโอกาสมากมาย แต่ก็มีโอกาสเสียประตูมากไปด้วย : นิวคาซเซิลไม่ได้เปิดโอกาสให้เชลซีเล่นเกมจากโอเพ่นเพลย์ได้ง่ายขนาดนั้น

ด้วยความจริง ทั้งสองทีมอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผู้จัดการทีมวูลฟ์ นูโน่ เอสปิริโต มีลูกทีมที่น่าประทับใจและแข็งแกร่งอย่างมาก หนึ่งในคู่กองกลางที่ดีที่สุด ผู้เล่นสัญชาติโปรตุเกส ฮวน มูติญโญ่และรูเบน เนเวส ในทางกลับกัน นิวคาซเซิล ลูกทีมกลับเต็มไปด้วยนักเตะที่ไม่เคยได้ไปเล่นในระดับแชมป์เลย และไม่สามารถที่จะต่อกรกับผู้เล่นของทีมใหญ่ๆได้

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าธรรมชาติของทีมผู้เล่นที่จะเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่ายังไงก็คือ ธรรมชาติของผู้จัดการทีม

เบนิเตซ ไม่เคยให้ทีมของเขาเล่นอยู่ในความเสี่ยงเลย เขาขึ้นชื่อในเรื่องการเล่นรัดกุม เล่นให้ปลอดภัยไว้ก่อนมีวินัยและเล่นให้เป็นระบบ คำที่เค้าชอบใช้คือ “กระชับ” ทำให้ทีมของเขาแพ็คเกมรับให้แน่นทำให้ทีมของฝั่งตรงข้ามเล่นได้ยากขึ้น และแผนนี้ก็ทำให้เขาสำเร็จมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีคสองสมัยรวมถึงแชมป์ยูโรป้าลีคด้วย การมาถึงของเบนิเตซสู่นิวคาซเซิลหลังจากที่เคยถูกขับไล่นั้นมาจากความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุนแน่นอนว่าเบนิเตซจะพิสูจน์ตัวเองกับทีมชั้นนำมาแล้วมากมาย ถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าออกจากนิวคาซเซิล ก็จะมีทีมใหญ่ติดต่อมาทันที

นูโน่อยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนกว่านั้น เค้าเคยมีประสบการณ์คุมทีมใหญ่อย่างเช่นบาเลนเซียและปอร์โต้แต่จบด้วยประสบการณ์ที่ไม่สวยนัก กับบาเลนเซียเค้าทำได้ดีแต่กลับได้อันดับที่เก้า หลังจากถูกปลดเค้าก็ได้ไปคุมทีมปอร์โต้แต่ก็กลับไม่ได้แชมป์อะไรเลยแม้จะพาพีมจบอันดับที่สองก็ตาม — มีบางอย่างที่ผิดพลาด ดังนั้นนูโน่ยังต้องการพิสูจน์ตัวเองอีกมากและมีความทะเยอทะยานที่จะกลับไปคุมที่ใหญ่อีกครั้ง

แน่นอนว่าหากวูลฟ์เล่นเกมด้วยการจอดรถบัสจะเป็นการเสียภาพพจน์การคุมทีมของนูโน่อย่างแน่นอน ผู้จัดการทีมของทีมกลางตารางหรือทีมท้ายตารางจะเป็นที่ถูกใจของคนส่วนใหญ่ก็ต่อเมื่อเมื่อพวกเขาแสดงศักยภาพออกมา เล่นได้ดีและน่าดึงดูด – โดยเฉพาะเมื่อเจอกับทีมใหญ่

ผู้จัดการส่วนใหญ่ที่ได้ย้ายจากทีมนอกสายตาไปสู่ทีมใหญ่มักจะมาจากสไตล์การเล่นที่น่าสนใจ อย่างเช่น เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ ของเซาท์แฮมปตันขึ้นชื่อในเรื่องการเล่นเพรซซิ่งที่ดุดันและการชนะที่บ้านเมื่อเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูลและเชลซีซึ่งเป็นเกมที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะกดดันทีมฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ทีมของปอเช็ตติโน่แพ้ทั้งในและนอกบ้านให้แก่สโมสรในอนาคตของเค้าอย่างสเปอร์ 3-2 แม้ว่าจะออกนำไปก่อน 2-0 ก็ตาม ซึ่งนี้ทำให้ท็อตแน่มประทับใจและสุดท้ายก็ทาบทามเขาให้มาเป็นผู้จัดการทีมในอนาคต

อีกตัวอย่างนึง เบรเดน รอดเจอร์ ในขณะที่เขาคุมทีมสวอนซี เค้าได้แสดงให้เห็นถึงสไตล์ฟุตบอลที่ดุดันเช่นกัน กดดันฝ่ายตรงข้ามจนสุดท้ายชนะทั้งแมนเชสเตอร์ซิตี้และอาร์เซน่อลทีมที่ส่งบอลได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่น่าจดจำที่สุดสิ่งนึงคือเค้าได้รับการตรบมือจากผู้สนับสนุนลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ ซึ่งในที่สุดเค้าก็ได้มาเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล

อีกหนึ่งคู่แข่งในงานของนูโน่ โรแบร์โต้ มารติเนซ เหมือนอย่างกรณีก่อนๆ เขาขึ้นชื่อในการคุมทีมวีแกนในสไตล์ที่น่าดึงดูด แม้ว่าบางครั้งผลลัพธ์จะออกมาห่วยมากก็ตามกับการแพ้ตอนที่ไปเยือนเซลซีด้วยสกอร์ 0-8 ก็ตาม แต่เมื่อโอกาสที่ดีมาถึงทีมของเขาบุกไปถล่มเอเวอร์ตันถึงกูดิสันพาร์ค 3-0 ทำให้หกเดือนต่อมาเขาได้ไปคุมทีมเอเวอร์ตัน

เหมือนอย่างเช่นที่ มาร์โค ซิลวา ที่ย้ายไปคุมเอเวอร์ตันเมื่อซั่นก่อน การออกนำไปก่อน 2-0 อย่างสวยงามแม้สุดท้ายจะแพ้ไป 2-3 แต่ก็เพียงพอที่จะให้เขาได้มีโอกาสย้ายไปคุมทีมเอเวอร์ตันในซีซั่นต่อมา

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ทีม 6 อันดับบนในลีคอังกฤษจะว่าจ้างผู้จัดการทีมที่เล่นแต่เกมรับเป็นหลัก ผู้จัดการทีมอย่างนูโน่ , เอดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมเบิร์นเมาท์ และ สลาวิซา โยคาโนวิค ผู้จัดการทีมฟูลแล่ม ต้องการที่จะ
เล่นเกมที่ดุดันและน่าดึงดูดเพื่อโอกาสได้คุมทีมใหญ่ในอนาคต

ถึงแม้ว่าการเล่นแบบเปิดหน้าแลกดูจะเป็นทางที่ดูดีเมื่อต้องเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่า แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่การเปิดเกมเข้าหากันทีมที่ดีกว่าก็น่าจะเป็นฝ่ายได้เปรียบและสำหรับทีมที่เล็กกว่าจำนวนที่ทำประตูมักจะเป็น 0
หรือ 1 ขึ้นกับจำนวนเท่าไหร่ที่ผลจะออกมาเสมอ

ท้ายที่สุดนี้เหมือนว่าสไตล์การเล่นของทีมที่เล็กกว่าเมื่อเจอกับทีมที่ใหญ่อาจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทีมแต่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของผู้จัดการทีมมากกว่า

http://www.espn.com/soccer/english-premier-league/23/blog/post/3615946/why-ambitiouspremier-league-managers-are-less-likely-to-park-the-bus

Leave Comment